Ban On Saint House

01-783-9845    01-881-6610   053-392-466

************************************************

PUPPIES

head03.jpg (1875 bytes)

head11.jpg (1577 bytes) head12.jpg (1771 bytes) head20.jpg (1933 bytes) head17.jpg (1846 bytes) head14.jpg (1740 bytes) head02.jpg (1827 bytes) head15.jpg (1659 bytes) head13.jpg (1663 bytes)

 

ข้อคิดก่อนเลือกซื้อลูกสุนัข Saint Bernard

* ซื้อเพื่อเป็นเพื่อน ส่วนในทางธุรกิจเพื่อการเพาะพันธุ์ โอกาศมีกำไรน้อยมากสำหรับสุนัขพันธุ์นี้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ถ้าต้องการพัฒนาสายพันธุ์ก็เป็นข้อยกเว้นในกรณีที่คัดสรรพ่อแม่พันธุ์ที่ดีมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
* กำลังทรัพย์ของผู้เลี้ยงซึ่งควรตระหนักเสมอไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร อุปกรณ์ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทางต่างๆล้วนมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเนื่องจากสุนัขใหญ่ย่อมใช้จ่ายมากกว่าสุนัขเล็กแน่นอน
* เวลาว่างหลังจากภารกิจส่วนตัวที่จะมีให้เขา เช่น การพาเดินออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ15-20 นาที หรือการเล่นขว้างบอล
* สถานที่ เป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่ง แต่ไม่สำคัญว่าจะต้องมีเนื้อที่ใหญ่กว้างขวางอย่างที่เข้าใจกัน ตราบใดที่คุณมีเวลาพาเขาออกกำลังกายบ้าง
* สุนัข Saint Bernard เป็นสุนัขที่ค่อนข้างขี้ร้อน และโดยปกติสุนัขระบายความร้อนทางปากบวกกับปากที่ใหญ่เลยเป็นเหตุทำให้มีน้ำลายมากกว่าสุนัขพันธุ์อื่นๆ เพราะฉะนั้นใครที่คิดจะเลี้ยงควรจะนึกถึงจุดนี้เป็นสำคัญ
* น้ำสะอาด ควรมีการเปลี่ยนให้ตลอดเวลา เพราะเป็นปัจจัยเดียวที่ระบายความร้อนให้สุนัขตัวโปรดของคุณ

วิธีเลือกลูกสุนัขพันธุ์ Saint Bernard สำหรับเลี้ยงเป็นเพื่อน ( Pet Quality Puppy )

1.เลือกลูกสุนัขที่ร่าเริงเป็นมิตรกับคนและสัตว์อื่น ลูกสุนัขที่แข็งแรงไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุดในครอกนั้นๆแต่ต้องมีอวัยวะครบทุกส่วนและไม่ดซึมเศร้าหรือหวาดกลัวต่อสิ่งแวดล้อม
2.พยายามซื้อลูกสุนัขจากผู้เพาะพันธุ์โดยตรง เพื่อแน่ใจในแหล่งกำเหนิดของสุนัขตัวนั้น และควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานของผู้เพาะพันธุ์ก่อนตัดสินใจซื้อลูกสุนัข
3.พยายามเก็บข้อมูลของมาตรฐานสายพันธุ์ให้มากที่สุดก่อนรับสมาชิกใหม่เข้าบ้านโดยการอ่านหนังสือและศึกษาจากเว็บไซด์ หรือสอบถามข้อมูลกับผู้เพาะพันธุ์โดยการพูดคุยทางโทรศัพท์หรือแวะเยี่ยมชมที่บ้านขึ้นอยู่กับความสะดวก
4.เพศของสุนัขนับเป็นปัจจัยอีกอย่างในการเลือกซื้อลูกสุนัข โดยปรกติสุนัขเพศเมียจะมีนิสัยเรียบร้อยกว่าเพศผู้แต่จะค่อนข้างเปรอะเปื้อนในฤดูผสมพันธุ์
5.สีของสุนัขไม่จำเป็นจะต้องเข้มหรืออ่อน แต่ควรจะมีสีขาวบนตัวไม่น้อยหรือมากกว่า 20% ของตัวสุนัขโดยรวม ตำแหน่งของสีขาวควรมีที่ กระบอกปาก คอ อก ขาทั้งสี่และหางช่วงครึ่งหลัง
6.จมูกควรจะมีสีดำเข้มเงาเพราะจะเป็นจุดหนึ่งที่บ่งบอกถึงสุขภาพที่ดีของลูกสุนัข
7.ลูกสุนัขที่อ้วนมักมีปัญหาเรื่องขาตามมาเพราะฉะนั้นควรตรวจดูโดยการจับที่ตัวสุนัขว่ามีกล้ามเนื้อหรือลงพุง โดยส่วนใหญ่ลูกสุนัขอ้วนจะดูน่ารัก แต่อ้วนเพราะขนหรือไขมันต้องพิสูจน์โดยการจับดู
8.นัยตาควรมีสีดำหรือน้ำตาลเข็มทั้งสองข้าง


วิธีเลือกลูกสุนัขพันธุ์ Saint Bernard สำหรับเลี้ยงเพื่อการประกวด ( Show Quality Puppy )

1.ทำตามข้อ 1-8 ในการเลือกลูกสุนัข ( Pet Quality Puppy )
2.ฟันของลูกสุนัขต้องสบกันพอดีเหมือนกรรไกร ( Scissor bite) เรียงกันเป็นระเบียบ หรือฟันบนควรยื่นล้ำกว่าฟันล่างได้ไม่เกิน 1 ซม. เป็นอย่างมาก เพราะเมื่อตอนสุนัขโตเต็มวัยโอกาศที่ฟันล่างจะยื่นมารับพอดีกับฟันบนมีค่อนข้างสูง ในสุนัขที่โตเต็มวัย ถ้าฟันบนยื่นมากกว่าฟันล่างเรียก ( Overshot bite) แต่ถ้าฟันล่างยื่นมากกว่าฟันบนเรียก ( Undershot bite) ซึ่งทั้งสองอย่างถือเป็นข้อบกพร่องและอาจถูกตัดคะแนนได้ในสนามประกวด
3.ขาทั้งสี่ควรมีอุ้งเท้าที่มีสีขาวกลม นิ้วเท้าชิดกันและชี้ขนานไปข้างหน้า ขาหน้าควรเหยียดตรงมุมข้อขาตรงอุ้งเท้าทำมุมฉากหรือสโลบนิดๆกับพื้น ขาหลังควรจะมีมุมตรงช่วงข้อศอก และยาวรับกับขาหน้าเมื่อยืนปกติและเมื่อมองจากด้านหลังข้อศอกทั้งสองข้างต้องขนานกัน ไม่ถ่างออกหรือหุบเข้าหากัน
4.เส้นหลังของสุนัขควรเป็นเส้นตรง เมื่อดูด้านข้างแล้วควรขนานกับพื้นเป็นหลัก ช่วงต่อระหว่างกระดูกคอกับกระดูกสันหลังหรือที่เรียกว่า ( Wither ) ตรงหัวไหล่ ควรรับระดับกับด้านท้ายเสมอกัน
5.มากกิ้งบนตัวควรมีสีน้ำตาลเป็นหลัก บริเวณใบหน้าไม่ว่าจะม ีมากกิ้งเต็ม ครึ่งหนึ่ง หรือ ไม่มี ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล สุนัขที่ไม่มีมากกิ้งบนใบหน้าเลยถือเป็นข้อบกพร่องในประเทศอังกฤษเท่านั้น แต่นอกเหนือจากประเทศที่กล่าวข้างต้นนั้นเป็นข้ออลุ่มอล่วยได้
6.ขนควรจะแน่นมีขนชั้นในทั้งพันธุ์ขนสั้นและขนยาว

เลี้ยงลูกสุนัขพันธุ์ Saint Bernard อย่างไรให้มีสุขภาพแข็งแรง

1.การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ แต่ต้องมีขอบเขตไม่มากหรือน้อยเกินไป เหตุผลเนื่องจากกระดูกที่กำลังเจริญเติบโตของลูกสุนัขยังอ่อน   ไม่สามารถรองรับการพัฒนาของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ทันที จึงอาจเกิดปัญหาเรื่องกระดูกอ่อนหรือบิดได้ ดังนั้นผู้เลี้ยงทุกคนควรระวังถึงน้ำหนักของลูกสุนัขเป็นหลัก ไม่ควรให้สุนัขอ้วนแต่เด็ก ควรให้ลูกสุนัขมีอายุ 1 ปีเป็นอย่างน้อย จึงเริ่มเพิ่มน้ำหนักให้ การออกกำลังที่หักโหมอาจทำให้ลูกสุนัขบาดเจ็บ เพราะฉะนั้นวิธีที่จะดูว่าลูกสุนัขออกกำลังกายเพียงพอหรือไม่นั้น ให้ใช้วิธีปล่อยลูกสุนัขเล่นไปตามธรรมชาติ เพราะลูกสุนัขจะรู้ตัวเองว่าเมื่อเค้าเหนื่อยเค้าควรจะหยุดเล่นเมื่อไร แต่ถ้าลูกสุนัขของคุณขี้เกียจก็ควรพาเค้าเดิน หรือหาบอลมาดึงดูดความสนใจเค้าให้สนุกกับการออกกำลังกายก็ได้
2.อาหารที่ใช้สำหรับเลี้ยงลูกสุนัขควรคำนึงถึงสารอาหารโดยรวม ไม่ใช่เน้นที่โปรตีนอย่างเดียว อาหารที่ใช้ควรมีส่วนประกอบของ Gluclosamine ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในเรื่องไขข้อกระดูก สารชนิดนี้จะไปช่วยสร้างน้ำหล่อลื่นตามข้อกระดูกโดยเฉพาะสุนัขที่เป็นโรคข้อต่อสโพก สารชนิดนี้จะลดการเสียดสีในข้อกระดูกได้ อาหารที่ดีไม่จำเป็นต้องราคาแพงเสมอไป แต่ก็ไม่ได้หมายถึงอาหารถูกจะดีทุกยี่ห้อ หรือถ้าจะลองใช้อาหารควรลองอย่างน้อย 6 เดือนถึงจะพิสูจน์ได้ว่าอาหารนั้นดีเหมาะสำหรับสุนัขของท่าน ควรให้อาหารวันละ 4 ครั้ง สำหรับลูกสุนัขอายุ 4 เดือน แล้วลดเหลือ 2 มื้อตั้งแต่ 5 เดือนถึง 1 ปี ต่อจากนั้นขึ้นอยู่กับความสะดวก บางท่านอาจลดเหลือมื้อเดียวต่อวันก็ทำได้
3.การฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลาและในสถานที่ที่เหมาะสม ควรเริ่มตั้งแต่สุนัขอายุ 3 เดือนขึ้นไป เพราะลูกสุนัขวัยนี้เริ่มที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆได้เร็วและสนใจสิ่งใหม่ๆรอบตัว
4.ทำวัคซีนให้ตรงเวลาที่กำหนดและถ่ายพยาธิทุกเดือน

 

ลูกสุนัข Saint Bernard จากบ้านออนเซนต์เฮ้าส์

* ลูกสุนัขทุกตัวของบ้านออนเซนต์เฮ้าส์ถูกเลี้ยงดูฟูมฟัก และเอาใจใส่เป็นอย่างดีด้วยความรักและความทะนุถนอม เราเลี้ยงดูลูกสุนัขเหล่านี้ด้วยนมแม่ และนมเสริมสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ อบไฟเพื่อให้ความอบอุ่นและมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อและป้องกันโรคจนถึงอายุ 1 เดือน และใช้อาหารเกรดพรีเมี่ยมในการเลี้ยงดูช่วงต่อมา โดยคำนึงถึงความเหมาะสมในด้านน้ำหนักตัวเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในด้านโครงสร้าง

*   ลูกสุนัขได้แจ้งจดทะเบียนกับ สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข(ประเทศไทย) มีใบ Registration Certificate ซึ่งเป็นใบทะเบียนประจำตัวลูกสุนัขทุกตัว สามารถร่วมประกวดสุนัขที่จัดโดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข(ประเทศไทย)จัด และให้การรับรองการจัดประกวดได้ทุกงาน รวมถึงสามารถนำออกนอกประเทศได้ โดยเพียงขอออกใบ Export Pedigree เพิ่มเติมจากสมาคมฯ

* บ้านออนเซนต์เฮ้าส์จะออกใบเพ็ดดีกรีให้กับลูกสุนัขที่ท่านได้ซื้อไปจากเราทุกตัว โดยใบเพ็ดดีกรนี้จะมีข้อมูลตรงกับทางสมาคมฯทุกประการ ส่วนใบเพ็ดดีกรีที่เป็นทางการนั้น ท่านสามารถขอได้จากทางสมาคมฯพร้อมกับการขอโอนเปลี่ยนเจ้าของ และขอออกใบ Registration Certificate ที่มีชื่อของท่านเป็นเจ้าของลูกสุนัขใหม่ได้พร้อมกัน

* ลูกสุนัขทุกตัวจะออกจากบ้านออนเซนต์เฮ้าส์เมื่ออายุอย่างน้อย 7 สัปดาห์ขึ้นไป พร้อมทั้งได้รับการทำวัคซีน Kennel Cough และ วัคซีนรวมแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม รวมทั้งทำการถ่ายพยาธินับตั้งแต่อายุ 4,5และ 6 สัปดาห์ตามลำดับ

*เราบริการจัดส่งลูกสุนัขให้กับท่านทางเครื่องบิน ถึงสนามบินที่มีคาร์โก้ของบริษัทการบินไทย มหาชนจำกัด

*******************************************************************************************************

bannerpunithai_S.jpg (5118 bytes)

Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter